ยกเลิกแล้วเป็นยังไง? ผลดีผลเสียคืออะไร?
โดย ทนายฮิ้ม, Legal Partner
ต้องเก็บจากทุกคน
เพราะ “ทุกคน” ในประเทศ คือ ผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นปลายทางสุดท้ายของห่วงโซ่ (Chain)
นั่นคือทุกคนต้องกินต้องใช้ หรือต้องซื้อสินค้าและบริการ
คุณก็ต้องเสียภาษีจาก VAT ให้ประเทศอยู่ดี (อาจจะเอาไปอ้างได้ว่าคุณเสียภาษีให้ประเทศชาติแล้ว)
> เราต้องจ่ายภาษีเพิ่มอย่างที่ทุกคนเข้าใจนั่นแหละ
> ผู้ขายหรือพ่อค้าแม่ค้าก็ต้องขึ้นราคาสินค้าตาม Vat ที่เพิ่มขึ้น เพื่อผลักภาระไปให้ผู้ซื้อหรือลูกค้า
หรือขนาดกำลังดีที่สรรพากรจะมองไม่ค่อยเห็นก็ใช้วิธีไม่จด Vat ซะเลย ไม่แสดงรายได้ที่แท้จริง เพื่อไม่ให้ถึงเกณฑ์
1.8 ล้านต่อปี แล้วต้องจด Vat นั่นเอง
เพื่อที่จะไม่ต้องวุ่นวายกับเรื่อง Vat ไม่ต้องเพิ่มราคาให้เสียลูกค้าอีกด้วย นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องการทำบัญชี
วุ่นวายยื่นแบบภาษีรายเดือนอีก
จะมีผลดีอะไรไหม?
ทุกเดือน ต้องจ้างผู้ทำบัญชีหรือทำเองก็จะวุ่นวาย
หรือยื่นตามขนาดกิจการ รัฐก็จัดสรรได้ เรียกว่าทำระบบให้เหมาะสม ลดภาระเรื่องเอกสารภาษี
และที่สำคัญอีกอย่างคือทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจเรื่องนี้ ความคิดดูเหมือนง่ายแต่ความยากอยู่ที่การปฏิบัติจริง
ซึ่งแทบจะเป็นเรื่องในอุดมคติที่ประชาชนจะเข้าใจและทำได้
ไม่หลบ แสดงรายได้ชัดเจน ทำบัญชีถูกต้อง
กิจการเหล่านี้จะได้มีกำลังใจขึ้นมา จะได้อยู่ในความถูกต้องต่อไป เพราะหากร้านข้างๆรายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปีแล้ว
แต่แอบรายได้ ทำไมเขาไม่ต้องจด ในขณะที่ตัวเองต้องมาจด Vat อย่างถูกต้องและพ่วงมาด้วยภาระมากมาย
ทุกลำดับของห่วงโซ่จะมีเอกสารภาษีซื้อขึ้นมา เพราะทุกกิจการมี Vat จะมีใบกำกับภาษี ดังนั้น
ในทุกลำดับของห่วงโซ่จะออกใบกำกับภาษีได้ ผู้ซื้อก็จะได้รับใบกำกับภาษีซื้อเพื่อมาหักภาษีขายได้
โดยไม่ต้องปวดหัวรับภาษี Vat เต็มๆแบบหักไม่ได้
ทุกเดือน จ้างผู้ทำบัญชีอย่างถูกต้อง บัญชีบอกว่า “ไปจ่ายตลาดซื้อวัตถุดิบ เอาใบกำกับภาษีมาเป็นภาษีซื้อได้
หักกับภาษีขายจากยอดขายก็จะไม่ต้องรับภาระภาษี Vat ไม่ต้องไปบวกราคาลูกค้าเพิ่ม”
ปัญหาจะเกิดทันที ไปซื้อหมู ซื้อปลา ซื้อผักในตลาด แม่ค้าจะเอาใบกำกับภาษีที่ไหนมาให้ !
ลูกค้าก็ไม่ค่อยจะถูกใจ ไปร้านข้างๆดีกว่า ถูกกว่า ป้าใจเสียลูกค้า
ทั้งที่ร้านข้างๆนั้น รายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปี แต่แอบไม่ยื่นภาษีให้ถูกต้อง ทำให้ขายได้ราคาถูกกว่า
เอกสารบัญชีไม่พอ ยังต้องมาปวดหัวเรื่องใบกำกับภาษีของภาษีซื้ออีก
โมเดิร์นเทรนด แทนที่พ่อค้าแม่ค้าจะขายของให้ร้านป้าใจได้ ก็ถูกกิจการเจ้าใหญ่แย่งลูกค้าไปอีก
ด้วยเหตุผลว่าออกใบกำกับภาษีไม่ได้
ก็จะสามารถออกใบกำกับภาษีได้ ร้านอาหารก็นำภาษีซื้อนี้ไปหักกับภาษีขายได้ ปัญหาด้านบนก็ไม่เกิด

แต่ก็ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าหากรัฐจัดการเรื่องระบบเอกสารและการยื่นภาษีได้ และการที่ทุกกิจการเข้าระบบ
Vat ก็มีข้อดี ร้านอาหารป้าใจก็จะไม่ต้องปวดหัวทั้งที่ตัวเองทำสิ่งที่ถูกต้อง
เลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง