Blog

สรุปดราม่าข่าวลือ! ขึ้น VAT 10% และยกเลิกเกณฑ์รายได้ 1.8 ล้านบาท กระทบใครบ้าง?

📢 มีข่าวลือจะขึ้น VAT เป็น 10% พร้อมยกเลิกเกณฑ์ 1.8 ล้าน คืออะไร?
ยกเลิกแล้วเป็นยังไง? ผลดีผลเสียคืออะไร?
โดย ทนายฮิ้ม, Legal Partner
📍ต้องเข้าใจก่อนว่า VAT หรือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ ช่องทางการเก็บรายได้ของรัฐที่มีความแน่นอนอย่างมาก ขาดไม่ได้
ต้องเก็บจากทุกคน
เพราะ “ทุกคน” ในประเทศ คือ ผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นปลายทางสุดท้ายของห่วงโซ่ (Chain)
นั่นคือทุกคนต้องกินต้องใช้ หรือต้องซื้อสินค้าและบริการ
💡ดังนั้น แม้คุณไม่ได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อาจจะไม่ได้ยื่น หลบ แอบ หรือไม่ถึงเกณฑ์ต้องจ่ายก็ตาม
คุณก็ต้องเสียภาษีจาก VAT ให้ประเทศอยู่ดี (อาจจะเอาไปอ้างได้ว่าคุณเสียภาษีให้ประเทศชาติแล้ว)
📈 การขึ้นจาก 7% เป็น 10% แน่นอนว่ารัฐมีรายได้เพิ่มเต็มๆ
> เราต้องจ่ายภาษีเพิ่มอย่างที่ทุกคนเข้าใจนั่นแหละ
> ผู้ขายหรือพ่อค้าแม่ค้าก็ต้องขึ้นราคาสินค้าตาม Vat ที่เพิ่มขึ้น เพื่อผลักภาระไปให้ผู้ซื้อหรือลูกค้า
⚠️ แต่ผู้ขายเองก็ต้องรับจากการที่ถูกมองว่าขายแพงขึ้น ผู้ซื้อเสีย ผู้ขายเสีย แต่รัฐได้ภาษี
🕵️ ถ้าอย่างงั้นพ่อค้าแม่ค้า หรือกิจการร้านค้าตัวเล็กตัวน้อย
หรือขนาดกำลังดีที่สรรพากรจะมองไม่ค่อยเห็นก็ใช้วิธีไม่จด Vat ซะเลย ไม่แสดงรายได้ที่แท้จริง เพื่อไม่ให้ถึงเกณฑ์
1.8 ล้านต่อปี แล้วต้องจด Vat นั่นเอง
เพื่อที่จะไม่ต้องวุ่นวายกับเรื่อง Vat ไม่ต้องเพิ่มราคาให้เสียลูกค้าอีกด้วย นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องการทำบัญชี
วุ่นวายยื่นแบบภาษีรายเดือนอีก
✂️งั้นก็ตัดเกณฑ์มันออกซะเลย! ความหมายคือ “ทุกกิจการ”ต้องจด Vat ไม่มีเกณฑ์อีกต่อไป แล้วผลมันเป็นยังไง
จะมีผลดีอะไรไหม?
📝 สิ่งที่จะเกิดขึ้น
📍 ทั้งสายของห่วงโซ่จะมี Vat ทั้งหมด หมายความว่า ทุกกิจการต้องยื่น Vat ทุกกิจการต้องทำเอกสารยื่นภาษี Vat
ทุกเดือน ต้องจ้างผู้ทำบัญชีหรือทำเองก็จะวุ่นวาย
💸 มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม อย่างน้อยก็เดือนละ 2000-3000 บาทต่อเดือน
📂ถ้าจะทำเองก็ต้องมาจัดการเอกสารอีก ยื่นผิดยื่นถูกกันอีก
🚩 แต่ปัญหานี้ก็สามารถจัดการแต่ยากมาก โดยกำหนดขั้นตอน รูปแบบ หรือวิธียื่นให้ง่ายขึ้น ไม่ต้องยื่นทุกเดือน
หรือยื่นตามขนาดกิจการ รัฐก็จัดสรรได้ เรียกว่าทำระบบให้เหมาะสม ลดภาระเรื่องเอกสารภาษี
และที่สำคัญอีกอย่างคือทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจเรื่องนี้ ความคิดดูเหมือนง่ายแต่ความยากอยู่ที่การปฏิบัติจริง
ซึ่งแทบจะเป็นเรื่องในอุดมคติที่ประชาชนจะเข้าใจและทำได้
✅ Vat ไม่ใช่จะมีแต่ข้อเสียซะทีเดียว ประโยชน์ที่ได้คือ กิจการที่เข้าระบบอยู่แล้ว ผู้ที่ทำถูกต้องในระบบ ไม่แอบ
ไม่หลบ แสดงรายได้ชัดเจน ทำบัญชีถูกต้อง
กิจการเหล่านี้จะได้มีกำลังใจขึ้นมา จะได้อยู่ในความถูกต้องต่อไป เพราะหากร้านข้างๆรายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปีแล้ว
แต่แอบรายได้ ทำไมเขาไม่ต้องจด ในขณะที่ตัวเองต้องมาจด Vat อย่างถูกต้องและพ่วงมาด้วยภาระมากมาย
🔗 อีกประการอีกสำคัญ คือ ภาษีซื้อ
ทุกลำดับของห่วงโซ่จะมีเอกสารภาษีซื้อขึ้นมา เพราะทุกกิจการมี Vat จะมีใบกำกับภาษี ดังนั้น
ในทุกลำดับของห่วงโซ่จะออกใบกำกับภาษีได้ ผู้ซื้อก็จะได้รับใบกำกับภาษีซื้อเพื่อมาหักภาษีขายได้
โดยไม่ต้องปวดหัวรับภาษี Vat เต็มๆแบบหักไม่ได้
🥦 ยกตัวอย่างในความเป็นจริง ร้านอาหารป้าใจรายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปี จด Vat เรียบร้อยแล้ว มีหน้าที่ยื่น Vat
ทุกเดือน จ้างผู้ทำบัญชีอย่างถูกต้อง บัญชีบอกว่า “ไปจ่ายตลาดซื้อวัตถุดิบ เอาใบกำกับภาษีมาเป็นภาษีซื้อได้
หักกับภาษีขายจากยอดขายก็จะไม่ต้องรับภาระภาษี Vat ไม่ต้องไปบวกราคาลูกค้าเพิ่ม”
ปัญหาจะเกิดทันที ไปซื้อหมู ซื้อปลา ซื้อผักในตลาด แม่ค้าจะเอาใบกำกับภาษีที่ไหนมาให้ !
👩‍🍳 ร้านอาหารนี้ก็ต้องรับภาษี Vat ที่ขายได้เต็มๆ 7% จะทำอย่างไรก็ต้องไปบวกเพิ่มในราคาอาหาร
ลูกค้าก็ไม่ค่อยจะถูกใจ ไปร้านข้างๆดีกว่า ถูกกว่า ป้าใจเสียลูกค้า
ทั้งที่ร้านข้างๆนั้น รายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปี แต่แอบไม่ยื่นภาษีให้ถูกต้อง ทำให้ขายได้ราคาถูกกว่า
🚫 แล้วแบบนี้ใครอยากจะเข้าระบบภาษีให้ถูกต้อง เพราะต้องรับภาระเรื่องจัดการเอกสารภาษี
เอกสารบัญชีไม่พอ ยังต้องมาปวดหัวเรื่องใบกำกับภาษีของภาษีซื้ออีก
⁉️ถ้าป้าใจอยากได้ใบกำกับภาษีทำอย่างไรละ? ก็ต้องไปซื้อจากห้างหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่าง โลตัส แม็คโคร
โมเดิร์นเทรนด แทนที่พ่อค้าแม่ค้าจะขายของให้ร้านป้าใจได้ ก็ถูกกิจการเจ้าใหญ่แย่งลูกค้าไปอีก
ด้วยเหตุผลว่าออกใบกำกับภาษีไม่ได้
💡 ถ้าทุกกิจการ ทุกลำดับห่วงโซ่ เข้าระบบ Vat ทั้งหมด แม่ค้าขายหมู ขายปลา ขายผัก
ก็จะสามารถออกใบกำกับภาษีได้ ร้านอาหารก็นำภาษีซื้อนี้ไปหักกับภาษีขายได้ ปัญหาด้านบนก็ไม่เกิด
💭 ที่พูดมา นั่นมันอุดมคติ ! เพราะในความเป็นจริง
✅เป็นไปไม่ได้ที่จะให้กิจการเล็กทุกราย ยื่นภาษี Vat อย่างสม่ำเสมอ
✅เป็นไปไม่ได้จะให้กิจการเล็กทุกราย จัดทำเอกสารภาษี เอกสารบัญชี ได้อย่างครบถ้วน
✅เป็นไปไม่ได้จะให้กิจการเล็กทุกราย จ้างบัญชีเดือนละหลายพัน เพื่อมาทำเอกสารภาษีให้
🇹🇭 ประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้ จึงเป็นเรื่องยากมากที่สุดที่จะให้ทุกกิจการเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ Vat
แต่ก็ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าหากรัฐจัดการเรื่องระบบเอกสารและการยื่นภาษีได้ และการที่ทุกกิจการเข้าระบบ
Vat ก็มีข้อดี ร้านอาหารป้าใจก็จะไม่ต้องปวดหัวทั้งที่ตัวเองทำสิ่งที่ถูกต้อง
✨ นี่เป็นมุมมองอีกมุมหนึ่งของการที่ทุกคนต้องจด Vat
❗️แต่ถ้าทำเรื่องยากไม่ได้ ก็เปลี่ยนเกณฑ์ 1.8 ล้านต่อปี เป็น 3.6 ล้านต่อปีเถอะ
เลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง