
หย่ากันแล้วบริษัททำอย่างไร
มีปัญหามาปรึกษาด้วยความกลุ้มใจ ทั้งทางบัญชีและทางกฎหมายแพ่งว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัทประกอบกับครอบครัว
ในเมื่ออยู่ด้วยกันไม่ได้อีกต่อไป ต้องหย่าจากกัน ส่วนทรัพย์สินก็คงต้องเป็นไปตามประมวลลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งที่ดิน บ้าน รถ เงินในบัญชี ต้องมาพิสูจน์กันให้วุ่นวายว่าเป็น สินส่วนตัว หรือ สินสมรส กันแน่
ได้มาก่อนสมรสหรือไม่ ?
ได้มาจากพินัยกรรม ?
พ่อตาแม่ยายให้มา ?
ก็ต้องไปว่ากันด้วยมาตรา 1471 และ 1474 ประกอบมาตราอื่นๆ
ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายกฎหมายไป ไม่น่าจะเกี่ยวกับบัญชีใช่ไหม
แต่มีเรื่องนึงที่นักบัญชีเองก็มักถูกถามเมื่อมีเหตุให้หย่ากัน คือ เรื่องบริษัท หุ้น และเงินปันผล จะแบ่งอะไรจากบริษัทมาได้บ้างละ?
[ ขอพูดกันถึงกรณีทั่วไป ไม่ลงลึกถึงขนาดการนำสืบถึงการได้มา การถือหุ้นแทน หุ้นปันผล หุ้นเพิ่มทุน หรืออะไรแบบนี้ เอาแบบทั่วไปก่อน ]
ข้อเท็จจริงมีว่า ….
ฝ่ายสามีได้ก่อตั้งบริษัท และเข้าชื่อถือหุ้นร่วมกับเพื่อนอีกคน สามีถือหุ้นใหญ่ เพื่อนถือเล็กน้อย(ให้ครบตามกฎหมายกำหนด)
ธุรกิจก็เติบโตตามลำดับ จนมาได้แต่งงานจดทะเบียนสมรสกับภรรยา และดำเนินการกิจการช่วยๆกันจนบริษัทเติบโตไปมากขึ้นอีกในทางทรัพย์สิน
โดยภรรยาไม่ถือหุ้นใดๆเลย
วันนึงเมื่อมีปัญหาไปกันต่อไม่ได้ ต้องแยก ต้องหย่าจากกัน
ภรรยาที่ช่วยเข้ามาดูกิจการบริษัทแบบคนในความลับ
คือ ไม่ได้เข้าชื่อถือหุ้น
ก็มองว่าตนก็ควรจะได้หุ้นแบ่งมาด้วย
แต่ประเด็นอยู่ที่จำนวนหุ้น สัดส่วน ในบริษัทไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย ทุกอย่างที่ปรากฏในบัญชีผู้ถือหุ้นยังเหมือนเดิมนับแต่วันจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
ไม่มีการออกหุ้นใหม่เพิ่ม
ไม่มีการเพิ่มทุน
ทำให้ ….
ทุกอย่างเป็นของสามีมาแต่ต้น แม้หุ้นจะเพิ่มมูลค่ามากแค่ไหนก็ตาม ทรัพย์สินที่เป็นหุ้นก็ต้องถือเป็น
“สินส่วนตัว” ของสามีอยู่นั่นเอง
และที่สำคัญแม้แต่ ส่วนล้ำมูลค่าหุ้น (Share premium) ที่เป็นมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้นระหว่างสมรสก็
ไม่ใช่ดอกผลตามกฎหมายที่จะมาแบ่งกัน
ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส
นั่นคือ แม้ระหว่างที่สมรสกันมา บริษัทจะเติบโตแค่ไหน หุ้นจะมีมูลค่ามากขึ้นเท่าใด หุ้นที่อยู่ในบริษัทมาตั้งแต่แรกก็ยังเป็นของสามีอยู่นั่นเอง
ทรัพย์สินของบริษัทที่ได้มาระหว่างสมรสล่ะ ?
ถ้ายังแบ่งหุ้นมาจากสามีไม่ได้ แล้วบริษัทก็ถือเป็นบุคคลคนหนึ่ง
ภรรยาจะมีสิทธิในทรัพย์สินคนอื่นได้ยังไงล่ะ
แต่….ภรรยาก็มีหวังและควรได้รับอะไรบ้าง นั่นคือ สิ่งที่เหล่าที่นี้ที่ได้มาระหว่างสมรส
“เงินปันผล” อันนี้ถือเป็นดอกผล เป็นสินสมรส
“หุ้นปันผล” ถ้าหากสามีได้หุ้นเพิ่มในลักษณะหุ้นแจก ส่วนนี้กฎหมายนับเป็นดอกผลเช่นกัน
โพสนี้จะไม่พูดถึงกรณีมรดก เพราะสามียังไม่ตาย เราแค่หย่ากัน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเหล่านี้ก็สามารถตกลงกันได้โดยว่ากันในเรื่อง
“สัญญาก่อนสมรส”
ที่กฎหมายเปิดช่องเอาไว้ให้
จะทำให้ภรรยามีสิทธิในหุ้นบริษัท โดยไม่ต้องเข้าถือหุ้นที่อาจทำให้กระทบกระเทือนถึงการบริหารบริษัทได้
อย่าคิดว่าการทำสัญญาก่อนแต่งเป็นการระแวงแคลงใจ ไม่เชื่อใจ จะแต่งกันแล้วทำไมจะต้องทำสัญญาล่ะ
ก็เพราะไม่ทำสัญญานี่แหละ ภรรยาเลยเสียใจที่คิดว่าตัวเองมีส่วนในหุ้นบริษัทมาโดยตลอด
ยิ่งรักกัน ยิ่งเป็นห่วงกัน ยิ่งต้องทำ
ในธุรกิจขนาดใหญ่รูปแบบ Holding Company ทำธุรกิจของตระกูล สัญญาก่อนแต่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องจัดให้มีแน่นอน เพราะกลุ่มธุรกิจครอบครัวขนาดนี้ เขาทำ “ธรรมนูญครอบครัว” ครอบไว้เลย
บทความโดย : ทนายฮิ้ม