การดูแค่ “วันนี้มีเงินเท่าไหร่” อาจจะไม่เพียงพอ แต่ผู้ประกอบการ ต้องมองไปข้างหน้าว่า “พรุ่งนี้จะเหลือเงินเท่าไหร่”
ด้วยการทำ Cash Flow Forecast อย่างน้อยๆ 3 เดือนข้างหน้า หรือให้ดี คือ 12 เดือน

ถามคำถาม “What If
“: ระบบนี้ช่วยให้จำลองสถานการณ์ได้ว่า:
“ถ้าเราจ้างพนักงานเพิ่มขึ้น อีก 2 คนในเดือนหน้า กระแสเงินสดในอีก 1 เดือน 6 เดือนจะเป็นอย่างไร?”
“ถ้าเราซื้อเครื่องจักรใหม่โดยใช้เงินสด เทียบกับการเช่าซื้อ แบบไหนทำให้การเงินเราปลอดภัยกว่า?”
การวางแผนล่วงหน้าหลายๆเดือน จะทำให้ครอบคลุม รายจ่ายพิเศษ หรือรายจ่ายใหญ่ๆได้ เช่น เวลาที่ต้องจ่ายโบนัสพนักงาน หรือภาษีครึ่งปี ปลายปี ทั้งนี้เพื่อวางแผนการสำรองเงินล่วงหน้า และไม่มีปัญหาเมื่อต้องจ่ายในสิ่งที่ “จำเป็น”
การแยกกระเป๋าชัดเจน: การเปิดบัญชีธนาคารแยกตามหน้าที่ ก็จะช่วยทำให้เห็นภาพรวมทางการเงินได้ง่ายขึ้น
หัวใจ คือ เมื่อรายได้เข้ามา ให้กระจายเงินเข้าถังต่างๆ ตามสัดส่วนที่วางไว้ทันที อย่ารอให้ถึงสิ้นเดือนแล้วค่อยเก็บส่วนที่เหลือ เพราะส่วนใหญ่มันจะไม่เหลือ
#ทำบัญชีเดียว ไม่ว่าจะทำเอง หรือจ้างสำนักงานบัญชีในการจัดทำ การทำระบบ Cash Flow นี้จะสมบูรณ์มากขึ้น และไม่เป็นต้นทุนเพิ่มเกินไป
เมื่อทำ “บัญชีชุดเดียว” ที่สะท้อนความเป็นจริง เพื่อให้ข้อมูลใน Cash Flow Forecast แม่นยำและใช้ยื่นภาษีได้อย่างสบายใจ
สุดท้าย ยอดขายคือความภูมิใจ กำไรคือความพึงพอใจ แต่ “เงินสด” คือความจริง (Cash is Reality) การบริหารจัดการถังน้ำมันให้ดี จะช่วยให้ธุรกิจของคุณวิ่งไปได้ไกลโดยไม่น้ำมันหมดกลางทางครับ
ไม่พลาดทุกข่าวสารคำแนะนำ สอบถามข้อสงสัย หรือขอคำแนะนำเบื้องต้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่พลาดทุกสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ SME ควรรู้
แอด Line OA ของเราไว้เลยครับ : https://lin.ee/vErh5aP
#สำนักงานบัญชีนครศรีธรรมราช #ผู้ประกอบการ #ภาษี #วางแผนการเงินธุรกิจ