Blog

“จดบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดีกว่า?”

“จดบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดีกว่า?”

บทความโดย: ทนายปิยะวัฒน์ (Legal Partner)

คนทำธุรกิจส่วนใหญ่เดินเข้ามาจะมีคำถามนึงว่า “จดบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดีกว่า?”

หากเข้าประเด็นที่ บจก. (บริษัทจำกัด) ได้เปรียบ หจก. (ห้างหุ้นส่วนจำกัด) คงหนีไม่พ้นเรื่อง “ความรับผิด” และ “ความต่อเนื่องของกิจการ”:

  • ความรับผิดที่จำกัดของบริษัท: ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัด (เท่าที่ลงเงินค่าหุ้น), กรรมการไม่ต้องรับผิดส่วนตัวหากทำตามหน้าที่

  • ความรับผิดของ หจก.: หุ้นส่วนผู้จัดการ (ซึ่งเป็นทั้งหุ้นส่วนหลักและผู้จัดการ เทียบเท่ากรรมการ) ต้องรับผิดแบบไม่จำกัด

  • ความต่อเนื่อง: กรณีบริษัท หากผู้ถือหุ้นเสียชีวิต หุ้นจะตกทอดเป็นมรดกโดยอัตโนมัติ บริษัทดำเนินต่อได้ อยากเลิกค่อยจดเลิก แต่สำหรับ หจก. หากหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต ห้างเลิกกันทันที (ตามกฎหมายพื้นฐาน เว้นแต่ตกลงเป็นอื่น)

แล้ว หจก. ดีกว่าตรงไหน ทำไมถึงยังเห็นมีคนจดอยู่? เหตุผลหลักที่ทุกคนรู้ คือ ค่าบริการบัญชี และ ค่าสอบบัญชี หจก. ขนาดเล็กสามารถใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตรวจสอบได้ ซึ่งค่าวิชาชีพส่วนใหญ่จะถูกกว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่บริษัทต้องใช้

แต่เหตุผลสำคัญอีกข้อหนึ่ง อยู่ที่ “ประวัติศาสตร์และบริบทของกฎหมาย” หากสังเกตดูปัจจุบัน อัตราการจด หจก. ใหม่นั้นต่ำมากจนแทบจะไม่มีเลย เพราะอะไร?

ในอดีตนานมาแล้ว การจะเข้าหุ้นเปิดบริษัทต้องใช้ผู้ก่อตั้งถึง 7 คน (ซึ่งหาได้ยากมาก) ต่อมาลดเหลือ 3 คน ในปี 2551 (เมื่อ 17 ปีก่อน) ในขณะที่ หจก. ใช้คนเพียง 2 คน มาแต่ไหนแต่ไร

ในยุคที่ไม่มีโซเชียลมีเดีย การจะหาคนมาลงทุนร่วมกันให้ครบ 7 คน ที่สนิทใจและไว้ใจได้ (ถ้าไม่ใช่ญาติพี่น้อง) เป็นเรื่องยากมาก การชี้ชวนคนทั่วไปมาร่วมหุ้นก็ทำไม่ได้ผิดกฎหมาย ดังนั้น หจก. (2 คน) จึงเป็นคำตอบเดียวในสมัยนั้น เราจึงเห็นร้านค้าและเถ้าแก่ยุคก่อนอยู่ในรูปแบบ หจก. กันจนชินตา

จนถึงวันนี้… กฎหมายเปลี่ยนไปมาก มีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) ในปี 2565 ให้เหลือเพียง 2 คน ก็สามารถจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัทจำกัด ได้แล้ว ซึ่งจำนวนคนเท่ากับ หจก. พอดี

เราจึงไม่แปลกใจที่การจดทะเบียนในรูปแบบ “ห้างหุ้นส่วนจำกัด” จึงกำลังจะลดความนิยมลงไปอย่างมากในปัจจุบัน ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและกฎหมายที่เอื้ออำนวย

ข้อมูลปัจจุบัน มีนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ 928,290 ราย เป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (หจก. และ หสม.) เพียงแค่ 196,266 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 21.14 ของทั้งหมดเท่านั้น